น้ำตาล น้ำตา และชีวิต

เราได้ยินแต่คำเตือนเรื่องการกินอาหารที่มีไขมันสูงและเค็มจัด น้อยครั้งมากที่มีการเตือนเรื่องกินหวานเกินไป ทั้งที่ในปัจจุบันมีงานวิจัยจำนวนมากที่พบว่า ‘น้ำตาล’ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ อีกทั้งเกี่ยวพันกับหลายโรคแม้แต่มะเร็ง นักวิชาการบางคนเรียกน้ำตาลว่า ‘ยาพิษ’ ด้วยซ้ำ ​ทุกคนชอบน้ำตาลและเพรียกหาความหวานด้วยกันทั้งนั้น เพราะมันทำให้อาหารมีรสชาติดีขึ้น เรากินน้ำตาลทุกวันจนดูเป็นเรื่องธรรมดา

ถ้าไม่ได้กินสักวันสองวันก็จะรู้สึกว่าไม่มีความสุข ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนติดน้ำตาล ในทางเคมีแล้ว การติดน้ำตาลไม่ต่างอะไรจากการติดโคเคน เฮโรอีน หรือนิโคติน ​Dr.Robert Lustig กุมารแพทย์ด้านต่อมไร้ท่อ ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในการต่อต้านการบริโภคน้ำตาลเกินพอดี อธิบายว่า เมื่อเราบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลมาก สมองจะหลั่งสาร dopamine ออกมาเป็นปริมาณมาก ถ้าเรากินน้ำตาลมาก ๆ และบ่อย ๆ ตัวรับ dopamine (dopamine receptors) จะเริ่มควบคุมการหลั่งของ dopamine ได้น้อยลง ต่อมาก็จะมีจำนวนตัวรับ dopamine น้อยลง สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเรายิ่งต้องบริโภคน้ำตาลมากยิ่งขึ้นในรอบต่อไป เพื่อให้สามารถรับ dopamine ได้ในปริมาณเท่าเดิม ​dopamine เป็นสารเคมีธรรมชาติที่หลั่งในสมอง มีบทบาทสำคัญยิ่งในการส่งต่อสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาท ซึ่งมีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนตัวอื่น ๆ ที่ทำให้ร่างกายของเราทำงาน ตลอดจนการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย นอกจากบทบาทในระบบประสาทกลางแล้ว dopamine ช่วยในการทำงานของไต ควบคุมการผลิต insulin ดูแลเมือกของเยื่อในลำไส้ มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน อารมณ์ความรู้สึก ฯลฯ การผลิต dopamine ที่ผิดปกติจึงมีผลต่อสารพัดโรคที่เกี่ยวพันกับระบบประสาทและการทำงานของร่างกาย ​เมื่อเสพสารบางอย่างแล้วเกิดการหลั่งของ dopamine จะทำให้เกิดความสุข เช่นจากน้ำตาล นิโคติน โคเคน เฮโรอีน นี่คือสาเหตุที่ทำให้คนชอบบริโภคและอยากบริโภคมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเสพติดกับระดับความสุขที่เคยชิน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth