พายุใหญ่ในรอบ 15 ปี ทำคนในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียไม่มีไฟฟ้าใช้

เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ทางตะวันตกของออสเตรเลียเริ่มทำความสะอาดเมืองเพิร์ท เมืองเอกของรัฐในวันนี้ หลังจากอิทธิพลพายุไซโคลนที่ทำให้เกิดลมกระโชกรุนแรงที่สุดในรอบ 15 ปี พัดต้นไม้หักโค่นและทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่มีไฟฟ้าใช้

บรรษัทกระจายเสียงออสเตรเลียรายงานว่า เช้าวันนี้ที่แหลมลูวิน ทางตะวันตกเฉียงใต้สุดของรัฐวัดความเร็วลมได้สูงสุด 132 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นลมกระโชกในเดือนพฤษภาคมรุนแรงที่สุดในรอบ 15 ปี นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสันแถลงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า สภาพอากาศเลวร้ายกระทบพื้นที่ส่วนใหญ่ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย สร้างความเสียหายและไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ขอให้ประชาชนทุกคนปลอดภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยบริการเหตุฉุกเฉิน ด้านบริษัทไฟฟ้าแจ้งว่า ครัวเรือนและธุรกิจประมาณ 50,000 รายยังไม่มีไฟฟ้าใช้ในวันนี้ เพราะพายุอันเกิดจากอิทธิพลที่หลงเหลืออยู่ของไซโคลนมังกาปะทะกับแนวอากาศเย็น ส่งผลให้ฝนตกกระหน่ำและลมกระโชกแรงทางตอนใต้ของรัฐ

สำนักงานดับเพลิงและบริการเหตุฉุกเฉินเผยว่า มีผู้แจ้งขอความช่วยเหลือแล้วกว่า 390 รายตั้งแต่วันอาทิตย์ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตมหานครเพิร์ท ขณะที่สำนักงานการท่าพิลบาราแจ้งว่า ไม่ได้รับผลกระทบ แต่ปรับเปลี่ยนตารางการเดินเรือเล็กน้อยเพราะระดับน้ำสูงขึ้น เช่นเดียวกับผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซหลายแห่งที่แจ้งว่า ดำเนินงานตามปกติ