วิธีดูแล รถรับจ้างขนของ หน้าร้อน ก่อนรถจะพังไม่ทันตั้งตัว

วิธีดูแล รถรับจ้างขนของ หน้าร้อน ก่อนรถจะพังไม่ทันตั้งตัว ช่วงนี้กำลังจะเข้าสู่หน้าร้อนแล้ว หลายคนคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องจอดรถท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ ด้วยสาเหตุที่จอดรถในบ้านไม่พอ ไม่มีพื้นที่สำหรับจอดรถในร่ม ออกไปเที่ยวข้างนอกในสถานที่ที่จอดรถไม่มีหลังคา และเหตุผลอื่นๆ อีกมากมาย ที่ต้องนำรถรับจ้างขนของไปตากแดดเมืองไทยที่ใครๆ

เห็นอย่างนี้เลยอยู่เฉยไม่ได้ต้องออกมาบอกผลของความร้อนที่มีต่อรถ รวมถึงมาบอกเคล็ดลับให้รถสุดที่รักก้าวผ่านหน้าร้อนครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยดีกว่า

ผลเสียของหน้าร้อนที่มีต่อรถของเรา

เพราะถึงแม้ว่าความร้อนจะไม่ได้ทำให้รถของเราเสียโดยฉับพลัน แต่ในระยะยาวหากเราไม่ใส่ใจเรื่องนี้มากพอก็อาจส่งผลเสียต่อส่วนต่างๆ ของตัวรถได้ดังนี้

1. อุปกรณ์ภายในและภายนอกรถเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ทำจากยางหรือพลาสติกอาจกรอบ หรือแตก

2. เครื่องยนต์อาจทำงานหนัก เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลต่อระบบการระบายความร้อน เช่นหม้อน้ำ

3. ฟิล์มรถยนต์เสื่อมสภาพ อย่างที่รู้กันดีว่าฟิล์มรถนั้นเหมือนเป็นปราการด่านแรกๆ ที่จะปะทะกับแสงแดด ดังนั้นหากเจออากาศร้อนจัด ก็มีความเป็นไปได้ที่ฟิล์มจะเกิดการกรอบหรือหลุดล่อนได้

4. ระบบแอร์ภายในรถยนต์ทำงานหนัก เนื่องจากอากาศที่ร้อน ทำให้แอร์ต้องทำงานสู้กับความร้อนภายนอก

5. ยางรถยนต์เกิดการตึงกว่าปกติ ส่งผลต่อแรงเสียดทาน หากใช้ยางเก่าควรระวังการระเบิด

วิธีดูแลรักษารถยนต์

ที่นี้เมื่อเห็นข้อเสียแล้ว จะมีวิธีไหนที่จะช่วยดูแลยามรถของเราเผชิญหน้ากับความร้อนได้บ้าง มีเคล็ดลับดีๆ มาแนะนำ ดังนี้

1. เมื่อจอดรถตากแดดนานๆ หลังจากสตาร์ทเครื่องแล้วไม่ควรออกรถทันที ควรจอดรถนิ่งๆ ก่อนสักพักหนึ่งเพื่อให้เครื่องยนต์คลายความร้อน

2. หากอุณหภูมิในรถสูง ให้เปิดประตูรถออกและปิดเปิดเบาๆ สลับกันเพื่อไล่ความร้อนภายในรถ

3. ไม่ควรบรรทุกของและคนหนักจนเกินไปเพราะจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักเกิน

4. หลีกเลี่ยงการคลุมรถด้วยผ้าคลุมที่แนบสนิทกับตัวรถหรือใช้ผ้าคลุมที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะหากอากาศร้อนมากอาจทำให้สีผ้าคลุมหลุดติดตัวรถ หรือหากมีลมแรงอาจทำให้ผ้าคลุมขูดตัวรถจนเกิดเป็นรอยขนแมว

5. ควรเปิดพัดลมธรรมดาเพื่อไล่ความร้อนออกก่อน แล้วค่อยเปิด A/C System (ปุ่มระบบทำความเย็น) ปรับความเย็นทีหลัง

6. เช็คยางรถว่าไม่ตึง กรอบหรือแตก และตรวจหม้อน้ำไม่ให้แห้งก่อนออกเดินทาง

7. ไม่เก็บอุปกรณ์หรือของที่เสี่ยงต่อการระเบิดไว้ในรถ เช่น โทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่สำรอง หรือผลิตภัณฑ์ที่บรรจุแก๊สต่างๆ