สื่ออินโดนีเซียชี้จุดแข็งที่เป็นเกราะป้องกันประเทศจากเบลต์แอนด์โรดของจีน

หนังสือพิมพ์จาการ์ตาโพสต์ของอินโดนีเซียมองว่า อินโดนีเซียมีจุดแข็งสองประการที่จะช่วยปกป้องประเทศไม่ให้ได้รับผลกระทบทางลบจากการเข้าร่วมโครงการเส้นทางสายไหมใหม่ในศตวรรษที่ 21 หรือบีอาร์ไอ (Belt and Road Initiative) ของจีน

จาการ์ตาโพสต์ระบุว่า ช่วงหลายเดือนมานี้มีเสียงเตือนอินโดนีเซียให้ระวังการติดกับดักหนี้สิน ถูกกองทัพคนงานจีนรุกราน และเสียอธิปไตย หลังจากอินโดนีเซียประกาศว่าจะรับข้อเสนอมูลค่ามหาศาลของบีอาร์ไอเพื่อนำมาสนับสนุนโครงการสาธารณูปโภคยักษ์ใหญ่ของประเทศ รองประธานาธิบดียูซุฟ คัลลาซึ่งไปร่วมประชุมที่จีนเมื่อเดือนเมษายนเผยว่า โครงการ 28 โครงการมูลค่ารวม 91,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.85 ล้านล้านบาท) จะได้รับการสนับสนุนจากบีอาร์ไอ ทำให้มีเสียงติงว่าอินโดนีเซียจะซ้ำรอยศรีลังกา ปากีสถานและมาเลเซียที่เจอปัญหาจากให้จีนเข้ามาดำเนินโครงการ

จาการ์ตาโพสต์ชี้ว่า เสียงเตือนเหล่านี้มองข้ามจุดแข็งสองอย่างที่เป็นเกราะปกป้องอินโดนีเซียไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการรับการลงทุนจากจีนมากเกินไป อย่างแรกอินโดนีเซียเป็นประเทศใหญ่และมีอำนาจต่อรองกับจีนมากกว่าประเทศเหล่านั้น อินโดนีเซียมีประชากรมากอันดับสี่ของโลก มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับเจ็ดของโลก ส่งวัตถุดิบและผลผลิตทางการเกษตรไปให้จีน ควบคุมเส้นทางน้ำสากลที่ใช้ลำเลียงสินค้าเข้าและออกจากจีน อย่างที่สองอินโดนีเซียเป็นประเทศประชาธิปไตย ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงความเห็น รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะถูกสาธารณชนตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอและต้องรับผิดชอบการกระทำทุกอย่าง รวมถึงนโยบายการรับการลงทุนจากต่างชาติอย่างจีนด้วย ประชาธิปไตยและรัฐบาลที่โปร่งใสมีความรับผิดชอบคือปราการแรกในการยับยั้งการตัดสินใจที่ไม่ถูกต้อง ขณะเดียวกันจีนซึ่งไม่เป็นประชาธิปไตยและถูกทั่วโลกวิพากษ์วิจารณ์บีอาร์ไอเชิงลบ ทำให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนพยายามทำให้บีอาร์ไอมีความโปร่งใสและเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น

จาการ์ตาโพสต์ยอมรับว่า ทักษะในการเจรจาของอินโดนีเซียยังคงอ่อนด้อยอยู่มาก มักจะอ่อนข้อยอมให้มากกว่ารับ จึงต้องเรียนรู้บทเรียนความผิดพลาดจากประเทศอื่น หมั่นตรวจสอบแบบประชาธิปไตยและรักษากลไกการสร้างสมดุลอยู่เสมอ แต่อย่าประเมินศักยภาพของตนเองต่ำเกินไป